ภาพรวมของแนวคิดที่ได้จากการวิจัยการให้ปุ๋ยเคมีในระบบน้ำ กับเงาะ ทุเรียน มังคุดและ มะม่วง

ภาพรวมของแนวคิดที่ได้จากการวิจัยการให้ปุ๋ยเคมีในระบบน้ำ
กับเงาะ ทุเรียน มังคุดและ มะม่วง

ปัญจพร เลิศรัตน์ 
นักวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี 
ต. พลิ้ว อ. แหลมสิงห์ จ. จันทบุรี 22190

 


.....จากผลการตอบสนองของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด (เงาะ ทุเรียน มังคุดและ มะม่วง) พอจะกล่าวได้ว่า
วิธีการให้ปุ๋ยเคมีพร้อมน้ำสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำและธาตุอาหารได้ระดับหนึ่ง 
จากการลดการใช้แรงงานการจัดการน้ำและปุ๋ย และใช้ปุ๋ยปริมาณน้อยลง แต่ในด้านผลตอบแทน
การผลิตยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เนื่องจากปุ๋ยที่ละลายน้ำได้ดีเหมาะสมต่อการให้ไปในระบบน้ำ
นั้นมีราคาสูงกว่าปุ๋ยเคมีแบบเม็ดที่ใช้หว่านทางดิน งานวิจัยการให้ปุ๋ยเคมีในระบบน้ำจึงต้องทำ
การพัฒนางานวิจัยการให้ปุ๋ยเคมีในระบบน้ำให้เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรให้
มากยิ่งขึ้น

.....ในการดำเนินงานวิจัยพัฒนาได้รวบรวมข้อมูลและแนวทางการวิจัยไว้ 3 ประการเข้าด้วยกัน คือ 
1) การใช้แม่ปุ๋ยผสมเอง 
2) การประเมินปริมาณและระดับธาตุอาหารพืชหลักที่พืชต้องการ รวมทั้ง 
3) การพัฒนาประสิทธิภาพระบบการให้ปุ๋ยเคมีในระบบน้ำดังรายละเอียดดังนี้

1. การใช้แม่ปุ๋ยผสมเอง : เป็นการนำแม่ปุ๋ยชนิดต่างๆ มาผสมตามสัดส่วนและปริมาณ
ที่ต้องการ แม่ปุ๋ยเหล่านี้มีคุณสมบัติธาตุอาหารสูงมีความสามารถในการละลายน้ำได้ดี และมีราคาถูกลง

2. การประเมินปริมาณ และระดับธาตุอาหารพืชหลักที่พืชต้องการ : สามารถทำได้โดยการนำข้อมูลจากผลการวิเคราะห์ดินและพืชมาเป็นแนวทางการประเมินระดับ
ธาตุอาหารของพืช และความสมบูรณ์ดินปลูก นอกจากนั้นยังได้ทำการประเมินปริมาณธาตุอาหาร
พืชหลัก NPK ที่พืชสูญเสียไปโดยการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลผลิตไม้ผลส่วนใหญ่ถูก
เก็บเกี่ยวออกไปจากแปลงโดยไม่มีการนำส่วนเหลือทิ้งกลับคืนให้กับดินปลูก จากการผลิตผล
แต่ละฤดูกาลพืชจึงสูญเสียธาตุอาหารไปกับผลผลิตเหล่านี้เป็นปริมาณมากพอควร ในการ
วางแผนการจัดการธาตุอาหารจึงได้คำนึงถึงปริมาณธาตุอาหารเหล่านี้ เพื่อให้พืชได้รับธาตุอาหาร
ที่เพียงพอเหมาะสมต่อเป้าหมายการผลิต และรักษาสมดุลของธาตุอาหารพืชไว้ได้อีกทางหนึ่ง 
และจากการนำผลเงาะ มังคุด มะม่วงและทุเรียนในระยะเก็บเกี่ยวไปวิเคราะห์ความเข้มข้น
ธาตุอาหาร ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมแล้วพบว่ามีปริมาณที่แตกต่างกัน ดังแสดง
ในตารางที่ 1

ภาพที่ 1 ความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการธาตุอาหารพืชโดยเฉพาะการประเมิน
ปริมาณธาตุอาหารพืชหลัก (โดยเฉพาะ NPK)ของไม้ผลเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการปุ๋ย

 

ตารางที่ 1 ปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม 
ในผลเงาะพันธุ์โรงเรียน (กรัม/กิโลกรัมผล) มังคุด (กรัม/กิโลกรัมผล) มะม่วงพันธุ์เขียวเสวย (กรัม/กิโลกรัมผล) และทุเรียนพันธุ์หมอนทอง (กรัม/ผล)

 

พืช

ปริมาณธาตุอาหารพืช (กรัม)

ไนเตรเจน

ฟอสฟอรัส

โพแทสเซียม

1. เงาะพันธุ์โรงเรียน

2.3

0.4

2.1

2. มังคุด

1.4

0.6

3.6

3. มะม่วงพันธุ์เขียวเสวย

1.6

0.4

1.7

4. ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง

6.0

2.4

16.7

 

ตารางที่ 2 ปุ๋ยชนิดต่างๆ และความสามารถในการละลายน้ำของปุ๋ย (กรัม/ลิตร)

 

ชนิดของปุ๋ย

สูตรปุ๋ย

ความสามารถในการละลายน้ำ

1. แอมโมเนียมคลอไรด์

NH4Cl

389

2. แอมโมเนียมไนเตรท

NH4NO3

1,950

3. โมโนแอมโมเนีย ฟอสเฟต

NHH2PO4

282

4. ไดแอมโมเนียม ฟอสเฟต

(NH)2HPO4

610

5. แอมโมเนียม ซัลเฟต

(NH)2SO4

760

6. โพแทสเซียม คลอไรด์

KCl

347

7. โพแทสเซียม ไนเตรท

KNO3

316

8. โพแทสเซียม ซัลเฟต

K2SO4

110

9. โมโนโพแทสเซียม ฟอสเฟต

KH2PO4

300

10. ไดโพแทสเซียม ฟอสเฟต

K2HPO4

1,670

11. แคลเซียม ไนเตรท

CaNO3

3,270

12. แมกนีเซียม ไนเตรท

Mg (NO3)2

430

13. ฟอสฟอริค แอสิค

H3PO4

5,400

14. ยูเรีย

(NH2)2CO

1,100

 

ที่มา : D.Pitts.,Handout of Micro irrigation management workshop series. Southwest Florida Research and Education Centre.University of Florida.

* ความสามารถการละลายน้ำได้ที่อุณหภูมิ ประมาณ 70 องศาฟาเรนท์ไฮท์

 

ตารางที่ 3 ความสามารถในการเคลื่อนที่ในดินของปุ๋ยชนิดต่างๆ

เคลื่อนที่ได้ดี

เคลื่อนที่ได้น้อย

1. ยูเรีย

1. แอมโมเนียม

2. ไนเตรท

2. โพแทสเซียม

 

3. ฟอสเฟต

 

ที่มา : McNab, S. et al. 1995.

3. การพัฒนาประสิทธิภาพระบบการให้น้ำและปุ๋ย : จากการวิจัยการพัฒนาระบบการให้น้ำ
และปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับสวนทุเรียน ภายใต้โครงการวิจัยของสำนักงานกองทุนวิจัย
แห่งชาติ ซึ่งได้ทำการศึกษาและแนะนำวิธีการออกแบบระบบน้ำที่เหมาะสม โดยพิจารณา
ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ข้อมูลทางดิน (เนื้อดิน, ความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน, ความลึกดิน ฯลฯ) ข้อมูลทางสภาพภูมิ-อากาศ และข้อมูลเกี่ยวกับพืช โดยเฉพาะข้อมูลการใช้น้ำ
ของพืช ซึ่งนำมาออกแบบระบบน้ำให้เหมาะสมต่อพืช และเมื่อใช้ร่วมกับระบบควบคุมการให้น้ำ เช่น Tensiometer ทำให้ระบบการให้ปุ๋ยพร้อมน้ำมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น