ผลการวิจัยการให้ปุ๋ยเคมีในระบบน้ำกับมะม่วง

ผลการวิจัยการให้ปุ๋ยเคมีในระบบน้ำกับมะม่วง 
 

ปัญจพร เลิศรัตน์ 
นักวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี 
ต. พลิ้ว อ. แหลมสิงห์ จ. จันทบุรี 22190

.....ผลการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพวิธีการให้ปุ๋ยเคมีทางดินแบบหว่านทางดินและการให้
ปุ๋ยเคมีในระบบน้ำ เพื่อหาผลการตอบสนองของการเจริญเติบโตของต้น การพัฒนาการ การออกดอก 
ปริมาณผลผลิต คุณภาพผลผลิตและผลตอบแทนการผลิตของมะม่วงพันธุ์เขียวเสวย ในสวนเกษตรกร
อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เป็นเวลาติดต่อกันนาน 3 ปี ต้นมะม่วงทดลองที่ทำการให้ปุ๋ยเคมีในระบบน้ำ
อัตรา 40% ของอัตราทางดิน (0.4 –0.6– 0.7 กก. ของ N–P2O5–K2O ต่อต้นต่อปี) มีการเจริญ
เติบโต ขยายขนาดทรงพุ่มได้รวดเร็ว ไม่แตกต่างจากการให้ปุ๋ยเคมีทางดินอัตรา 100 % ส่วน
ปริมาณผลผลิตและคุณภาพผลผลิตมีแนวโน้มที่ให้ทั้งปริมาณและคุณภาพการบริโภคที่ดีขึ้น โดยเฉพาะรสชาดที่ตรวจสอบจากอัตราส่วนของความหวานต่อปริมาณกรดซิตริกในเนื้อมะม่วง
มีปริมาณสูงกว่าผลมะม่วงที่ได้รับปุ๋ยเคมีทางดินอย่างเห็นได้ชัดเจนในทางสถิติ และจาก
การวิเคราะห์ความเข้มข้นธาตุอาหารพืชหลัก NPK ในดินและในพืชทดลอง พบว่าต้นทดลอง
มีความเข้มข้นธาตุอาหารไม่แตกต่างกัน และยังคงมีระดับที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช
ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปได้ดี

ตารางที่ 1 การเจริญเติบโตของต้น การออกดอก ปริมาณผลผลิตคุณภาพผลผลิต
และผลตอบแทน ของมะม่วงพันธุ์เขียวเสวยที่ทำการให้ปุ๋ยเคมี
ทางดินและในระบบน้ำ (2539 – 2542)

 

วิธีการ

ขนาดพื้นที่ผิว
ทรงพุ่ม
ที่เพิ่มขึ้น (ตร.ม.)

ปริมาณ
ผลผลิตสะสม
2 ฤดูกาล (กก.)

คุณภาพผลผลิต

ผลตอบแทน

(บาท/ไร่/ปี)

 

ความหนาเนื้อ
(ซม.)

สัดส่วน
ที่บริโภคได้ (%)

อัตราส่วน
ความหวาน /ปริมาณกรด

1. การให้ปุ๋ยเคมี
ทางดินอัตรา 100% (1.0-1.6-20 กก.ของ 
N – P2O5 – K2O ต่อต้นต่อปี)

 

297 %

 

30.2

 

1.4

 

75

 

5.9

 

 

100 %

2. การให้ปุ๋ยเคมีใน
ระบบน้ำ อัตรา 40% ของทางดิน (0.4-0.6-0.7 กก.ของ N – P2O5 – K2O ต่อต้นต่อปี)

258 %

31.8

 

1.7

74

 

6.9

125 %