แนวทางการแก้ปัญหาการเสื่อมโทรมของส้มที่เกิดจากโรค

แนวทางการแก้ปัญหาการเสื่อมโทรมของส้มที่เกิดจากโรค

สุชาติ วิจิตรานนท์ 
นักวิชาการโรคพืช 8 กลุ่มงานวิจัยโรคไม้ผลพืชสวนอุตสาหกรรมและสมุนไพร
กองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพ 10900


      ในพื้นที่ปลูกส้มแถบรังสิตค่อนข้างยากที่จะฟื้นฟูสภาพสวนที่ทรุดโทรมอยู่แล้วให้กลับคืนมาเหมือนเมื่อ 10-20 ปีก่อน เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การปลูกส้มในแหล่งปลูกแห่งนี้ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรทั้งๆที่เกษตรกรผู้ปลูกส้มส่วนใหญ่
มีความชำนาญและประสบการณ์สูงในการปลูกและดูแลรักษาต้นส้ม ปัจจัยเหล่านี้คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของปัญหาสภาพแวดล้อม การเสื่อมโทรมของดิน น้ำ การระบาดของโรคแมลงศัตรูพืช เกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ไปหาพื้นที่ปลูกส้มใหม่ที่มีสภาพน้ำดิน
ที่อุดมสมบูรณ์กว่า เป็นแหล่งปลูกใหม่ที่ไม่มีแปลงส้มที่เป็นโรคทรุดโทรมอยู่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมในการนำส้ม
ปลอดโรคไปปลูกแต่ก็คงต้องมีงานวิจัยหาต้นตอที่เหมาะสมกับสภาพดินเหนียวยกร่อง ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาโรคติดเชื้อ
เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการทำสวนส้มของเกษตรกรในอนาคต      ข้อเสนอแนะในการปลูกและดูแลรักษาต้นส้มเพื่อลดความเสียหาย
จากโรคทรุดโทรม

แปลงส้มปลูกใหม่
      1. เลือกกิ่งพันธุ์ส้มจากต้นอายุมากที่ไม่แสดงอาการโรคกรีนนิ่งมาปลูก ไม่ควรซื้อต้นส้มจากแหล่งขยายพันธุ์ที่ไม่ทราบที่มา
ของต้นส้ม
      2. ขยายพันธุ์ส้มโดยการตอนกิ่งไปก่อน จนกว่าการวิจัยเกี่ยวกับต้นตอที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และทนทานต่อโรคจะประสบ
ผลสำเร็จ
      3. ปรับสภาพดินโดยเฉพาะความเป็นกรดด่างของดินให้อยู่ระหว่าง 5.5-6.5
      4. ตระหนักอยู่เสมอว่าต้นส้มที่ปลูกมีเชื้อโรคกรีนนิ่งหรือทริสเตซ่าคอยแย่งอาหารอยู่ภายในไม่มากก็น้อย การปฏิบัติต่อส้ม
เช่น การอดน้ำเพื่อให้ต้นส้มพักตัวก่อนออกดอกติดผลไม่ควรนานจนเกินไป การไว้ผลผลิตควรมีจำนวนที่เหมาะสมกับความสมบูรณ์ของต้นหรือความสามารถของต้นที่จะเลี้ยงลูกได้จนเก็บเกี่ยว
      5. มีการให้ธาตุอาหารพืชที่เหมาะสมและพอเพียงกับการเจริญเติบโตของต้นส้มในช่วงการเจริญเติบโตต่างๆกัน
      6. ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยใช้วิธีการที่เหมาะสมกับชนิดของศัตรูพืช

แปลงส้มเก่า
      1. ต้นส้มที่ทรุดโทรมให้ผลผลิตไม่คุ้มค่าในแปลงควรขุดออกเผาทำลาย
      2. ตรวจสอบความเป็นกรดด่างของดินอยู่เสมออย่างน้อยปีละครั้ง และทำการปรับให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต
ของส้ม รวมทั้งการปรับปรุงโครงสร้างดินด้วยอินทรีย์วัตถุ
      3. ไม่กักน้ำต้นส้มนานเกินไปจนต้นเหี่ยว และควบคุมปริมาณผลผลิตส้มให้เหมาะสมกับสภาพความสมบูรณ์ของต้น เพื่อป้องกันการร่วงของผลส้มก่อนแก่
      4. ให้ปุ๋ยและธาตุอาหารที่เหมาะสมและพอเพียงกับการเจริญเติบโตของต้นส้มให้สัมพันธ์กับผลผลิตที่เก็บเกี่ยวออกไป โดยให้ปุ๋ยทั้งทางทางดินและให้ทางใบช่วยในกรณีที่ปริมาณรากมีน้อย
      5. แปลงส้มที่ต้นส้มทรุดโทรมทั้งแปลงควรรื้อแปลงเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมโรคและแมลง

แปลงส้มปลอดโรคที่ติดโรคกรีนนิ่ง
      1. ถ้าพบอาการโรคกรีนนิ่งที่กิ่งใดกิ่งหนึ่งในต้น ควรรีบตัดทิ้ง
      2. ในกรณีที่ติดเชื้อโรคกรีนนิ่งและแสดงอาการทั้งต้น ควรตัดแต่งกิ่งที่มีอาการรุนแรงออก ฉีดพ่นธาตุอาหารหลักและ
ธาตุอาหารรอง และให้ปุ๋ยทางดิน
      3. ปรับปรุงดินให้มีสภาพความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสม (pH 5.5-6.5)
      4. ปรับปรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เพื่อกระตุ้นให้มีการแตกรากผิวดินมากขึ้น
      5. ควบคุมปริมาณผลผลิตส้มให้เหมาะสมกับสภาพความรุนแรงของโรคในต้นส้มโดยการปลิดผลออกบ้างในช่วงติดผลเล็กๆ
แนวทางปฏิบัติการแก้ปัญหาโรคทรุดโทรมโดยใช้ส้มปลอดโรค
      1. หาแหล่งปลูกใหม่ที่ห่างไกลจากแหล่งปลูกส้ม
      2. หากจำเป็นต้องปลูกในแหล่งปลูกเก่าหรือต้องการฟื้นฟูให้แหล่งปลูกเก่าที่เสื่อมโทรมจากโรคโดยใช้ส้มปลอดโรคปลูก จะต้องทำการรื้อถอนต้นส้มเป็นโรคทั้งหมดออกเผาทำลาย
      3. กำหนดขอบเขตพื้นที่ปลูกส้มปลอดโรคและมีการควบคุมการเข้ามาของต้นเป็นโรคและแมลงพาหะนำโรคโดยใช้วิธีการ 
Domestic Quarantine และการใช้สารเคมีที่เหมาะสม
      4. มีการปลูกไม้บังลมรอบๆแปลงปลูกส้มปลอดโรค
      5. ในช่วงส้มอายุ 1-3 ปีควรมีการพ่นสารกำจัดแมลงพาหะนำโรคพวกเพลี้ยอ่อนและเพลี้ยไก่แจ้อย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะ
ในช่วงส้มแตกใบอ่อน หรือ
      6. มีการตรวจสอบการเข้ามาของแมลงพาหะนำโรคในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบต้องรีบทำการป้องกันกำจัด
ด้วยสารเคมีหรือสารอื่นที่ให้ผลในการป้องกันกำจัดเท่าเทียมกัน