ปัญหาผลส้มร่วงและแนวทางการแก้ไข

ปัญหาผลส้มร่วงและแนวทางการแก้ไข

สุชาติ วิจิตรานนท์ 
นักวิชาการโรคพืช 8 กลุ่มงานวิจัยโรคไม้ผลพืชสวนอุตสาหกรรมและสมุนไพร
กองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพ 10900


       ส้มเป็นพืชที่สามารถทำให้ออกดอกติดผลได้ง่ายและมักจะไม่มีปัญหาการไม่ติดผลหรือผลร่วงหล่นหากไม่ประสบกับสภาวะ
วิกฤตหรือภัยธรรมชาติ เช่นพายุลมแรง สภาพแล้งจัดขาดน้ำ หรือการร่วงหล่นของผลส้มที่เกิดจากแมลงทำลาย เช่น มวนเขียว หรือผีเสื้อมวนหวานดูดกินน้ำในผลส้มทำให้ผลเน่าและร่วงหล่นในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม การร่วงหล่นของผลส้มในระยะ
ผลใหญ่กว่ามะนาวหรืออายุผลประมาณ 6-7 เดือนหลังออกดอกอาจจะพบเห็นได้ในกรณีที่ส้มต้นนั้นติดผลมากเกินไป
การร่วงของผลในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องปกติซึ่งมักจะไม่เกิน 10%       ปัจจุบัน ผลร่วงของส้มกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของเกษตรกร
ผู้ปลูกส้มในหลายๆแหล่งปลูกส้มของประเทศ และนับวันจะเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เกษตรกรจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวส้ม
ในขณะที่ยังไม่แก่จัดเพื่อหนีการร่วงของผล ซึ่งผลส้มจากต้นที่ผลร่วงนั้นถึงแม้จะเก็บก่อนร่วงก็จะมีคุณภาพเช่นเดียวกับผลที่
ร่วงก่อนแก่ ดังจะพบเห็นเสมอๆว่ารสชาติของส้มที่วางตลาดในปัจจุบันค่อนข้างไม่สม่ำเสมอเนื่องจากมีผลส้มใกล้ร่วงปะปนอยู่ ซึ่งผลส้มใกล้ร่วงนี้จะมีรสชาติที่ผิดปกติไปจากเดิม แหล่งปลูกส้มที่พบปัญหาผลร่วงก่อนแก่เสมอๆมักจะเป็นแหล่งปลูกส้มเก่า
เช่นแหล่งปลูกส้มของอำเภอวังชิ้น จ. แพร่ บางแหล่งปลูกของจังหวัดน่าน และปัจจุบันเริ่มพบปัญหาผลร่วงมากขึ้นในแหล่งปลูก
ส้มใหญ่ของประเทศคือบริเวณทุ่งหลวงรังสิต และเขตติดต่อจังหวัดสระบุรี อยุธยา นครนายก

สาเหตุผลส้มร่วง
      อาจจะกล่าวได้ว่าปัญหาผลร่วงของส้มมีความสัมพันธ์กับอาการทรุดโทรมของต้นส้ม ต้นส้มที่มีอาการทรุดโทรมจากโรคมักจะ
ออกดอกติดผลมาก และผลมักจะร่วงง่ายในช่วงอายุผลประมาณ 6-7 เดือน ดยผลจะแสดงอาการก้นผลเหลืองหรือเหลืองบริเวณ
ขั้วผลก่อนแล้วจึงหลุดร่วงในเวลาต่อมา เช่นเดียวกับสภาพสวนส้มในเขตรังสิต หนองเสือ วิหารแดง ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม
ให้เห็นเป็นบางสวนบางสวนถูกละทิ้งให้หญ้าขึ้นรก บางสวนปลูกใหม่อายุ 2-3 ปี ต้นส้มแสดงอาการโรคกรีนนิ่งทั้งแปลง 
บางสวนเป็นสวนเก่าต้นที่มีอายุมากๆ18-20 ปีที่ยังคงให้ผลผลิตก็ยังคงมีอยู่ในขณะที่บางต้นตายไปจากโรครากเน่าหรือ
ทรุดโทรมจากโรคกรีนนิ่งก็มีการปลูกแซม มีการระบาดของแมลงพาหะนำโรคโดยเฉพาะเพลี้ยไก่แจ้ส้มโดยทั่วไป ซึ่งเป็นสภาพ
ที่แตกต่างจากสวนส้มรังสิตเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง และบางสวนสภาพต้นส้มมีอาการทรุดโทรมเช่นเดียวกับ
สวนส้มของอำเภอวังชิ้นจังหวัดแพร่ ซึ่งพบอาการผลร่วงส้มเป็นประจำทุกปีมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
ที่แตกต่างกันในแต่ละปีด้วย
       
จากการศึกษาปัญหาส้มผลร่วงของอำเภอวังชิ้นและสวนส้มแถบรังสิตพอที่จะประมวลสาเหตุของการร่วงของผลส้มก่อนที่จะ
แก่ได้ดังนี้
      1. ต้นส้มมีผลผลิตมากเกินไปกว่าปริมาณอาหารสะสมในต้นจะพอเลี้ยงผลให้แก่จนกระทั่งเก็บเกี่ยวได้
       2. ต้นส้มมีความสมบูรณ์ไม่เต็มที่เนื่องจากขาดการจัดการน้ำและปุ๋ยที่เหมาะสมกับปริมาณการติดผล
       3. ต้นส้มมีเชื้อโรคอยู่ในระบบท่อน้ำท่ออาหารคอยแย่งสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาผลที่สมบูรณ์ (โรคกรีนนิ่ง โรคทริสเตซ่า)
       4. ต้นส้มมีปริมาณรากน้อยไม่เพียงพอที่จะหาอาหารเลี้ยงผลจนถึงแก่จัดได้ อาจจะเป็นผลจากการกักน้ำส้มที่นานเกินไปทำให้รากแห้งไป
บางส่วน หรือมีปริมาณธาตุอาหารพืชบางชนิดสูงเกินไป เช่น ฟอสฟอรัส ซึ่งอาจมีผลกระทบทำให้มีปริมาณรากฝอยในดินชั้นบนน้อยลง 
       5. ต้นส้มมีรากบางส่วนเน่าเสียทำให้หาอาหารได้ไม่พอเพียงกับการเลี้ยงผลส้มจำนวนมากที่ติดบนต้นได้ การเน่าเสียของรากอาจเป็นผลจากความอ่อนแอของรากที่เกิดจากเชื้อโรคกรีนนิ่งและทริสเตซ่าไปยับยั้งการส่งน้ำตาลไปเลี้ยงราก เมื่อรากอ่อนแอเชื้อราหลายชนิดสามารถเข้าทำลายรากทำให้เกิดการเน่าเสียได้
       6. รากส้มขาดอากาศเนื่องจากดินอิ่มตัวด้วยน้ำที่ท่วมขัง (water logging)ในช่วงติดผล ซึ่งมักจะเกิดกับสวนส้มในที่ลุ่มภาคกลางที่มีดินเหนียวจัด การระบายน้ำไม่ดีและมีระดับน้ำใต้ดินสูง ทำให้ต้นส้มเกิดสภาวะความเครียดอันอาจส่งผลให้ต้นส้มสร้างสารเอธิลีนทำให้
ผลส้มร่วงได้
       7. สภาพไม่มีแสงแดดเป็นเวลานานทำให้ใบไม่สามารถปรุงอาหารมาเลี้ยงผลผลิตส้มที่ติดบนต้นได้พอเพียง
      8. การที่ต้นส้มมีผลผลิตหลายรุ่นทำให้มีการดึงธาตุอาหารบางชนิดไปเลี้ยงผลอ่อน เป็นผลให้เกิดการขาดในผลใกล้แก่ ซึ่งอาจทำให้เกิด
การทิ้งผลได้
      9. สภาพความเป็นกรดจัดของดินหรือน้ำเป็นผลให้ดินจับธาตุอาหารพืชบางชนิดไว้ทำให้พืชไม่สามารถนำไปใช้ได้ เกิดการขาดธาตุอาหารบางชนิดที่อาจจำเป็นสำหรับการเลี้ยงผลให้แก่จัดได้
      10. มีสภาวะแปรปรวนของธรรมชาติ เช่นฝนตกชุกหรือตกหนักในช่วงฤดูแล้งทำให้การจัดการระดับน้ำในร่องสวนไม่เหมาะสม มีน้ำมากเกินไปอาจทำให้เกิดการทิ้งผลได้ ซึ่งต้นส้มอายุน้อยไม่เกิน 10 ปีมักได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าต้นส้มอายุมากกว่า
      11. สภาพขาดน้ำและอุณหภูมิสูง มีผลทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ทำให้ต้นส้มเกิดสภาวะความเครียดน้ำ (water stress) ขึ้น กระตุ้นให้เกิดการสร้างสารเอธิลีนซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์บริเวณขั้วผลแยกจากผลส้ม ทำให้ผลส้มร่วง

แนวทางการแก้ปัญหาผลร่วงก่อนแก่ของส้ม
      1. เกษตรกรจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่าต้นส้มกิ่งตอนที่ปลูกกันอยู่โดยทั่วไปนั้นติดเชื้อโรคอยู่ในระบบท่อน้ำท่ออาหารในปริมาณเชื้อ
ที่แตกต่างกัน ซึ่งโรคติดเชื้อที่สำคัญและมีการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในประเทศไทยคือโรคกรีนนิ่งที่เกิดจากเชื้อคล้าย
แบคทีเรียและ
โรคทริสเตซ่าที่เกิดจากเชื้อไวรัส
      2. เชื้อโรคที่แพร่กระจายอยู่ในพืชเหล่านี้มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตโดยรวมของต้นพืช โดยจะแย่งสารอาหารที่พืชดูดจากดินและที่พืชสร้างขึ้นจากการสังเคราะห์แสงทำให้พืชแสดงอาการขาดธาตุอาหารบางชนิด เช่นขาดธาตุสังกะสี ขาดแมงกานีส ขาดแมกนีเซียม เป็นต้น ซึ่งเป็นอาการที่พบเห็นเสมอๆในสวนส้มได้แก่อาการใบเล็กเหลือง ใบแข็งตั้งตรง ใบลายเหลือง หรือใบเป็นจุดประเป็นต้น
      3. เชื้อโรคกรีนนิ่งและทริสเตซ่าในพืชยังมีผลให้รากพืชขาดน้ำตาลและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ทำให้รากส้มอ่อนแอเกิดการ
เน่าเสียได้ง่าย ดังจะพบเสมอๆว่าส้มที่ติดเชื้อดังกล่าวมีปริมาณรากน้อยและพบการเน่าเสียของรากได้ง่าย
      4. ผลในระยะยาวของเชื้อโรคดังกล่าวทำให้ต้นส้มเกิดอาการทรุดโทรม ยอดเหลือง ปลายกิ่งแห้งใบเล็กลงทั้งต้น ติดผลมากแต่ผลมีขนาดเล็กและร่วงหล่นก่อนแก่
      5. ต้นส้มที่ติดเชื้อโรคกรีนนิ่งและทริสเตซ่ามีโอกาสที่จะถูกกระทบกระเทือนจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป หรือความไม่สมดุลย์ของธาตุอาหารได้มากกว่าต้นส้มต้นปกติที่ไม่มีเชื้อโรคดังกล่าวหรือมีอยู่น้อย จึงมีโอกาสที่จะเกิดผลร่วงได้มากกว่าเช่นเดียวกัน
      6. การจัดการต้นส้มที่ติดเชื้อโรคในเรื่องของการให้น้ำให้ปุ๋ย การกักน้ำ การควบคุมปริมาณการติดผลจึงควรจะต้องเหมาะสมโดยพิจารณาจากสภาพความสมบูรณ์ของต้นส้มเป็นหลัก
      7. การจัดการดินที่เหมาะสมตั้งแต่ความเป็นกรดด่างของดิน การปรับสภาพดินด้วยอินทรีย์วัตถุ เป็นการช่วยลดปัญหาการดูดจับธาตุอาหารบางชนิดไว้กับดินโดยพืชไม่สามารถนำไปใช้ได้จากสภาพดินที่เป็นกรดหรือเป็นด่างจัด 
      8. การกักน้ำต้นส้มนานเกินไปมีส่วนทำให้รากพืชแห้ง การเกิดรากใหม่เมื่อขึ้นน้ำต้นส้มอาจจะไม่พอเพียงที่จะหาอาหารเลี้ยงผลส้มในปริมาณมากๆได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการทรมานต้นส้มที่มากเกินไป
      9. ต้นส้มที่มีใบเล็กหรือแสดงอาการขาดธาตุอาหารบนใบควรควบคุมปริมาณผลส้มไม่ให้มีมากเกินไป และให้ธาตุอาหารเพิ่มเติม
โดยการฉีดพ่นทางใบช่วยอีกทางหนึ่งเพื่อให้ต้นส้มมีธาตุอาหารพอเพียงที่จะพัฒนาผลส้มไปจนถึงเก็บเกี่ยวได้
      10. การให้ปุ๋ยทางดินควรให้ในปริมาณที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับปริมาณผลผลิตส้มที่เก็บเกี่ยวได้ในแต่ละปี การให้ธาตุอาหารพืชที่ไม่เหมาะสมหรือน้อยเกินไปจะเกิดผลต่อความสมบูรณ์ของต้นส้มที่อาจมองไม่เห็น ชัดเจนด้วยตาแต่อาจมีผลต่อการหมดสารอาหารที่จะไปเลี้ยงผลให้อยู่จนครบอายุเก็นเกี่ยวได้ ทำให้เกิดปัญหาการร่วงหล่นของผล