การจัดการสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูตระกูลส้มอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ตอนที่ 1 ปัญหาทางการเกษตรและลักษณะของไม้ผลที่เป็นพืชอาหาร

การจัดการสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูตระกูลส้มอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ตอนที่ 1 ปัญหาทางการเกษตรและลักษณะของไม้ผลที่เป็นพืชอาหาร


โดย วิทย์ นามเรืองศรี

กองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพฯ

 


        ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น พืชที่มีปลูกในแต่ละท้องถิ่นจึงมีความหลากหลายผลิตผลทางการเกษตร มีตลอดปีและเป็นรายได้
หลักของประชาชนส่วนใหญ่ ไม้ผลเป็นพืชกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญเพื่อใช้บริโภคสดทั้งภายในและต่างประเทศตลอดจนใช้ใน
การแปรรูปในเชิงอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งทำรายได้แก่เกษตรกรมีมูลค่าสูงทุกๆปี ทำให้ปริมาณพื้นที่เพาะปลูกไม้ผลเพิ่มมากขึ้น
ทุกๆปี จนทำให้เกิดปัญหาทางตามมาในเรื่องปริมาณและคุณภาพ เนื่องมาจากการ ผลิตของไม้ผล ศัตรูพืช และสภาพแวดล้อม 
ที่มีความสัมพันธ์กัน กล่าวคือ

ปัญหาทางการเกษตร

     การผลิตไม้ผลเพื่อเป็นธุรกิจนั้นต้องมีทั้งปริมาณและคุณภาพตามความต้องการของตลาดเป้าหมายหลัก ดังนั้นการผลิตผลไม้นั้น
จึงต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหลายสาขา อาทิ เช่น พันธุ์ ดิน-ปุ๋ย โรค-แมลงศัตรูพืชและการจัดการดูแลรักษา เป็นต้น แต่ในปัจจุบันตลาดต่างประเทศเป็นการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตหลายประเทศในด้านคุณภาพและราคา ดังนั้นการลงทุน
ในการผลิตจึงจำเป็นต้องลดต้นทุน สำหรับไม้ผลที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ กล้วยหอม ส้มเขียวหวาน ส้มโอ 
องุ่น ที่เป็นพืชที่มีอายุหลายปี มีการเจริญเติบโตเขียวตลอดปี จึงเป็นแหล่งที่เหมาะสมของการอาศัยของแมลงหลายชนิด เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเหมาะกับการเจริญขยายพันธุ์ และมีแมลงศัตรูพืชชนิดที่เป็นแมลง ที่สำคัญของพืชหลายชนิด มีการเคลื่อนย้ายในพืชอาหารที่ต่างๆ กัน ในช่วงต่างๆ กัน

ลักษณะของไม้ผลที่เป็นพืชอาหาร

     ไม้ผลในประเทศไทยเป็นไม้ผลเมืองร้อน มีการพัฒนาระยะเจริญต่างๆ กันตลอดปี ไม่มีการพักตัวเหมือน ไม้ผลในเขตอบอุ่นและ
เขตหนาว ทำให้เหมาะที่จะเป็นพืชอาศัยและพืชอาหารตลอดปีของแมลงต่างๆทั้งแมลงศัตรูพืชและแมลงศัตรูธรรมชาติ มีการ
เจริญเติบโตขยายพันธุ์รวดเร็วและหลายรุ่นต่อปี แต่โอกาศของแมลงศัตรูธรรมชาติที่จะศูนย์หายไปจึงมีโอกาศเป็นไปได้มาก
ในปัจจุบัน เนื่องจากการใช้สารฆ่าแมลงที่ไม่มีขอบเขต แต่อย่างไรก็ตามสภาพไม้ผลเหมาะที่จะเป็นพืชที่สามารถนำวิธีการ
บริหารการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช แบบผสมผสาน ร่วมกับการอนุรักษ์และเพิ่มศัตรูธรรมชาติได้ดีกว่าพืชอื่นๆ เมื่อมีความเข้าใจ
ที่ถูกต้องในการจัดการด้านพืชสวนต่างๆ เช่นการตัดแต่งกิ่ง การให้ปุ๋ย–น้ำ เป็นต้น ในช่วงระยะเวลาพัฒนาต่างๆ ได้แก่

  • ระยะพัฒนาใบ
  • ระยะพัฒนาดอก
  • ระยะพัฒนาผลอ่อน
  • ระยะพัฒนาผล
  • ระยะหลังการเก็บเกี่ยว

       เมื่อมีการจัดการผลผลิตไม้ผลด้านต่างๆ ดังกล่าวแล้ว แนวโน้มที่จะได้ผลผลิตไม้ผลที่มีทั้งปริมาณและคุณภาพได้มาตราฐาน 
ตามความต้องการของตลาดได้        พืชตระกูลส้มเป็นไม้ผลที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีบทบาทและความผูกพันต่อการดำรงชีพ 
ของมนุษย์มานาน พืชตระกูลส้มจึงมีความสำคัญในทุกประเทศ ประเทศไทยเองมีการปลูกพืชตระกูลส้มหลายชนิดที่เป็นการค้า 
ทั้งในที่ลุ่มและที่ดอน เช่น มะนาว ส้มฟรีมองท์ ส้มเขียวหวาน ส้มโชกุล ส้มเช้ง และส้มโอ มีอายุการเก็บเกี่ยวที่ต่างๆ กัน 5, 8, 10, 11, 
8 และ 8 เดือน จากระยะติดผล ตามลำดับ ผลผลิตที่ได้มี 2 – 3 รุ่นในแต่ละปี จำหน่ายทั้งได้ตลาดในประเทศและต่างประเทศ 
คิดเป็นมูลค่าปีละหลายร้อยล้าน ทั้งเป็นไม้ผลที่ให้ผลตอบแทนสูง ในระยะเวลาอันสั้นเมื่อเปรียบเทียบกับไม้ผลชนิดอื่นๆ 
จึงทำให้เกษตรกรกล้าลงทุนปลูกและขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นทุกภาค 

 

       ปัจจุบันผลผลิตส้มในประเทศไทยเฉลี่ยค่อนข้างต่ำ อีกทั้งคุณภาพไม่สม่ำเสมอ สาเหตุที่สำคัญ คือ เกษตรกรส่วนใหญ่ขาดความรู้
และเทคโนโลยี เช่น พันธุ์ การจัดการดูแลผลผลิต การจัดการดิน น้ำ ปุ๋ย และศัตรูพืช ที่มีประสิทธิภาพ ในด้านแมลงศัตรูตระกูลส้ม 
การจัดการแมลงศัตรูตระกูลส้มไม่ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพต่ำ ดังนั้น จึงก่อให้เกิดมีการระบาดของแมลงศัตรูส้มอย่างต่อเนื่อง 
ในสวนส้มทุกๆ แหล่งปลูกจึงพบแมลงและไรหลายชนิดเป็นศัตรูคอยรบกวนและทำความเสียหายให้กับส้ม        เนื่องจากประเทศไทย
มีสภาพอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยค่อนข้างสูง รวมทั้งปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย และความชื้นสัมพันธ์ค่อนข้างสูงเช่นกัน ำให้เหมาะต่อ
การเกิดและระบาดของศัตรูพืชหลายชนิด ประกอบกับพืชตระกูลส้มมีการเจริญเติบโตตลอดปีโดย ไม่มีการพักตัว รวมทั้งเกษตรกร
เองนิยมจัดการให้พืชตระกูลส้มมีผลผลิตหลายรุ่นเพื่อเก็บขายได้ตลอดปี จึงมีการเจริญเติบโตในสภาพการแตกยอดใบอ่อนหลายรุ่น
ทำให้ต้องประสบปัญหาการระบาดของศัตรูพืชหลายชนิดเกิดการระบาดจนไม่สามารถหลีกเลียงการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ 
รวมทั้งการใช้สารกำจัดศัตรูพืช มากเกินความจำเป็น กล่าวคือ การใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ใช้พร่ำเพื่อหรือ
ผสม 2-3 ชนิดในการพ่นแต่ละครั้งและบางครั้งในการพ่นอย่างไม่มีความจำเป็น ตลอดจนสารที่ใช้เป็นชนิดร้ายแรง 
หรือร้ายแรงยิ่งอย่าง ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ฆ่าทั้งแมลงศัตรูพืช และศัตรูธรรมชาติในเวลาเดียวกัน
เกิดปัญหาเรื่องของพิษภัยอันตราย จากสารเคมี มีผลกระทบต่อสิ่งที่มีชีวิต มลพิษและอันตรายต่อสภาพแวดล้อม 
แมลงศัตรูต้านทานต่อสารเคมี และผลผลิตเป็นที่รังเกียจต่อ
ผู้บริโภค ตลอดจนค่าใช้จ่าย ในการลงทุนมากขึ้น มีปัญหาด้านสุขนามัยพืช และกฎหมายกักกันพืช ในตลาดการค้าเสรี

ตอนต่อไปเป็นเรื่อง ลักษณะของแมลงที่เป็นศัตรูพืช ครับ