การให้ปุ๋ยในระบบน้ำ ตอนที่ 2 การให้ปุ๋ยในระบบน้ำให้ประสบความสำเร็จ

 

รศ.ดร.อิทธิสุนทร นันทกิจ
ภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเทคโนโลยีการเกษตร 
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 
เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520

. ความหมาย

.....การให้ปุ๋ยในระบบน้ำให้ประสพความสำเร็จจะต้องประกอบด้วย 
1) มีระบบการให้น้ำที่เหมาะสมมีการกระจายของน้ำในพื้นที่สม่ำเสมอ 
2) ต้องมีวิธีการควบคุมการให้น้ำที่เหมาะสม ตามความต้องการของพืชไม่มากเกินไปจนเกิดการชะล้าง หรือ 
น้อยเกินไปจนพืชขาดน้ำ 
3) มีความเข้าใจการใช้ปุ๋ย และสารเคมีที่ผสมลงในน้ำอย่างถูกต้อง โดยปุ๋ยที่ใช้ต้องละลายน้ำหมดและปุ๋ย
เมื่อผสมกันต้องไม่ตกตะกอน 
4) ต้องรู้สูตร หรือ สัดส่วนของปุ๋ยตลอดจนอัตราการใส่ทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และปริมาณที่ใช้ 
ช่วงเวลาที่ให้ที่เหมาะสมตามชนิดพืช และชนิดดิน

1 มีระบบการให้น้ำที่เหมาะสมมีการกระจายของน้ำในพื้นที่สม่ำเสมอ

.....เนื่องจากการให้ปุ๋ยในระบบน้ำจะให้ไปพร้อมกับน้ำชลประทานไปสู่พืชโดยตรง ดังนั้น ระบบการให้น้ำต้องมี
ความสม่ำเสมอ คือ พืชทุกต้นต้องได้รับปริมาณน้ำเท่ากัน หรือ ใกล้เคียงกัน เนื่องจากจะมีผลต่อปริมาณปุ๋ยที่พืช
แต่ละต้นจะได้รับ ตัวอย่างเช่น ถ้าระบบน้ำไม่ดีพืชต้นแรก ๆ ของระบบน้ำได้น้ำมากกว่าต้นที่อยู่ท้ายระบบ ต้นแรกก็จะได้ทั้งน้ำและปุ๋ยมากกว่าต้นที่อยู่ปลายท่อทุกครั้งที่มีการให้น้ำ มีผลให้การเจริญเติบโตของพืชไม่สม่ำเสมอ ซึ่งจะมีผลถึงผลผลิตและการดูแลรักษาพืช นั่นคือ ต้องเลือกระบบให้น้ำที่มีประสิทธิภาพสูง การแพร่กระจายของน้ำ
สม่ำเสมอ ซึ่งได้แก่ระบบให้น้ำหยด และระบบให้น้ำฉีดฝอยใต้ทรงพุ่ม (Mini-sprinkle) ในประเทศไทยการให้
น้ำหยดค่อนข้างจะมีปัญหามาก เนื่องจากเกษตรกรขาดความเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ การกรองน้ำ และการผสมปุ๋ย
ในน้ำทำให้หัวหยดอุดตันได้ ปัจจุบันระบบที่น่าจะเหมาะสมที่สุด ควรเป็นแบบฉีดฝอยใต้ทรงพุ่ม และควรเป็น
ระบบที่อัตราการไหลของน้ำแต่ละหัวไม่มากเกินไป (ไม่ควรสูงกว่า 100 ลิตร/ชม ที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 30-70
ลิตร/ชม.) เนื่องจากอัตราการไหลของหัวปล่อยน้ำยิ่งสูงระบบท่อและปั๊มที่ใช้จะต้องใหญ่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่า
อัตราไหลต่ำๆมาก และการแพร่กระจายของน้ำจะไม่สม่ำเสมอทำให้การให้ปุ๋ยไม่มีประสิทธิภาพ นอกจาก
นี้เมื่ออัตราการไหลสูงมีโอกาสที่น้ำจะซึมลงในดินไม่ทัน ไหลบ่าออกนอกทรงพุ่มเป็นการสูญเสียน้ำ และปุ๋ย เนื่องจากไม่สามารถซึมลงสู่บริเวณรากพืชได้ทัน จากที่กล่าวมาแล้วความสม่ำเสมอของการแพร่กระจายน้ำมีผล
ต่อการให้ปุ๋ยในระบบน้ำอย่างมาก ดังนั้น ระบบให้น้ำต้องมีการออกแบบระบบที่ดี คือ ต้องมีการคำนวณขนาดของท่อที่ใช้ให้เหมาะสมกับความยาวและอัตราการไหลของน้ำ อัตราไหลและความดัน
ของปั๊มที่เหมาะสม ฯลฯ ต้องมีการคำนวณตามขั้นตอนที่ถูกต้อง สามารถใช้โปรแกรมช่วยคำนวณการออกแบบ
ระบบน้ำ TrickCal แต่ผู้ใช้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบน้ำพอสมควรจึงสามารถใช้โปรแกรมได้ผล 
สามารถ download โปรแกรมได้จาก www.kmitl.ac.th/soilkmitl หรือเว็บไซด์ 
www.soilwafer.com

2 ต้องมีวิธีการควบคุมการให้น้ำที่เหมาะสม

.....การให้ปุ๋ยในระบบน้ำให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีการจัดการการให้น้ำอย่างเหมาะสม กล่าวคือต้องทราบว่าเมื่อใด
ควรจะให้น้ำ คือ ให้เมื่อดินไม่เปียก หรือ แห้งเกินไป และให้เป็นปริมาณเท่าใดคือ ไม่มากจนเกิดการชะล้างสูญเสียปุ๋ย
หรือ น้อยจนพืชขาดน้ำ ซึ่งการควบคุมการให้น้ำโดยทั่วไปจะมีอยู่ดังนี้

2.1 ใช้เครื่องวัดความชื้นในดิน คือ วัดปริมาณความชื้นที่มีอยู่ในดินจริง ๆ โดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ เมื่อค่าที่อ่านจากเครื่องมือแสดงว่าดินแห้งถึงค่าที่กำหนดไว้ค่าหนึ่งก็จะเริ่มให้น้ำจนค่าปริมาณความชื้นในดินที่อ่าน
ได้จากเครื่องเพิ่มขึ้นถึงค่าที่ต้องการ ก็จะหยุดการให้น้ำเครื่องมือที่สามารถใช้วัดและควบคุมการให้น้ำ เช่น เครื่อง 
Tensiometer, เครื่องGypsum block, เครื่อง Time domain reflectometer (TDR) เครื่องมือที่มี
ราคาถูก และสามารถผลิตได้ในประเทศไทย ได้แก่ เครื่อง Tensiometer ราคาประมาณเครื่องละ 1,000 บาท เป็นเครื่องมือที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ซึ่งสามารถบอกได้ทั้งปริมาณและความถี่ของการให้น้ำ
ชลประทานได้อย่างถูกต้อง

2.2 วัดทางอ้อมจากสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการใช้น้ำของพืช อุปกรณ์วัดทางอ้อมที่มีการใช้กันมาก ได้แก่

2.2.1 ถาดวัดการระเหยน้ำ (Class A Pan) เป็นถาดทรงกลมขนาดใหญ่ภายในบรรจุน้ำ จากหลักการที่ว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการระเหยของน้ำจากถาดวัดการระเหย ได้แก่ ลม, ความชื้นสัมพัทธ์, อุณหภูมิ, แสงแดด ก็เป็นปัจจัยเดียวกันที่มีผลต่อการคายน้ำของพืชด้วย ดังนั้น เมื่อน้ำระเหยออกจากถาดวัดการระเหยมากก็แสดงว่า พืช
มีการคายน้ำมาก คือ ต้องการน้ำมากนั่นเอง จากความสัมพันธ์ดังกล่าว สามารถคำนวณความต้องการน้ำของพืช
จากปริมาณน้ำที่ระเหยออกจากถาดวัดการระเหย ข้อดีของถาดวัดการระเหย คือ ราคาไม่แพงประมาณ 5,000 บาท 
สามารถซื้อได้ที่กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นอุปกรณ์ที่คงทนไม่ต้องการดูแลมากนอกจากคอยเติมน้ำ และทำความสะอาด ชาวสวนควรมีติดตั้งไว้ในสวนเพื่อเป็นข้อมูลประเมินปริมาณน้ำที่ต้องให้แก่พืช นอกจากนี้ได้มีการย่อขนาดของถาด
ให้เล็กลงโดยอาจใช้หม้อ หรือ ถาดที่มีรูปทรงกระบอกทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ แต่จะต้องมีการทดลอง
หาความสัมพันธ์ของการระเหยน้ำจากธาตุกับการใช้น้ำของพืช

2.2.2 สถานีตรวจอากาศอัตโนมัติ เป็นชุดอุปกรณ์ที่มีราคาแพงที่สุด (ประมาณ 2-3 แสนบาท) จะประกอบด้วย
เครื่องมือวัดค่าต่าง ๆ ได้แก่ ทิศทาง และความเร็วลม, ความชื้นสัมพัทธ์อากาศ, อุณหภูมิ, แสงแดด และข้อมูล
เหล่านี้จะส่งเข้าเก็บในเครื่องบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ (Data logger) และข้อมูลเหล่านี้ก็จะใช้คำนวณเป็นปริมาณ
ความต้องการน้ำของพืช เครื่องมือนี้เหมาะกับการทดลองในสวนที่มีขนาดใหญ่มาก เนื่องจากเครื่องสามารถเก็บข้อมูล
อย่างต่อเนื่องตลอดปี ทำให้ทราบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสวนได้ตลอดเวลา และยังสามารถใช้คาดการณ์
การแพร่ระบาดของโรค และแมลงได้อีกด้วย

2.2.3วัดจากตัวพืชโดยตรง แต่ยังไม่เป็นที่แพรหลายมากนักเนื่องจากเครื่องมือที่ใช้มีราคาแพงและขั้นตอนยุ่งยาก
เช่น เครื่องวัดอัตราการเคลื่อนที่ของน้ำในต้นพืช, เครื่องวัดการเปลี่ยนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของพืชอย่างละเอียด, 
เครื่องวัดการเปิดปิดของปากใบ

3. มีความเข้าใจการใช้ปุ๋ย และสารเคมีที่ผสมลงในน้ำอย่างถูกต้อง

.....การผสมปุ๋ยลงในน้ำบางครั้งจะพบว่ามีการตกตะกอนเป็นของแข็งก้นถังผสม เนื่องจากปุ๋ยที่ใส่ลงไปเกิดการทำปฎิกริยาการเกลือที่อยู่ในน้ำหรือทำปฎิกริยากับปุ๋ยตัวอื่นที่ใส่ร่วมเข้าด้วยกันที่ความ
เข้มข้นสูงๆ ดังนั้นจำเป็นต้องเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อการละลายตัวของปุ๋ยซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้ ได้แก่ คุณภาพของ
น้ำชลประทานที่ใช้ เช่น ค่า EC (Electric Conductivity) ค่า pH ของน้ำ ของน้ำชลประทานและน้ำที่ผสมปุ๋ยแล้ว

.....ค่าที่ได้จากการวิเคราะห์น้ำในห้องปฏิบัติการ คือในกรณีที่เราส่งน้ำเข้าไปวัดในห้องปฎิบัติการจะได้ค่าวิเคราะออกมาซึ่งส่วนใหญ่ค่าที่มีผลต่อการให้ปุ๋ยในระบบน้ำ
คือ ค่า Total Alkalinity โซเดียม (Na) และ คลอไรด์ (Cl) แคลเซียม (Ca) และ แมกนีเซียม (Mg) ซัลเฟต (Sulphate)
ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate) และคาร์บอเนต (Carbonate) เหล็ก (Fe) จุลธาตุ (Trace elements) ธาตุตัวอื่น ๆ 
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการทั้งนั้นจึงไม่มีปัญหา