การจัดการสวนในสภาวะความแห้งแล้ง ตอนที่ 1 บทบาทและความสำคัญของความแห้งแล้ง

 

รศ.ดิเรก ทองอร่าม
สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

....“น้ำท่วม ฝนแล้ง แมลงกิน ดินไม่ดี มีโรคมา ราคาตก” เป็นคำที่ผู้ทำการผลิตพืผล
ทางการเกษตรมักจะต้องประสบหรือเกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าวที่ยากต่อการหลีกเลี่ยง
อยู่เสมอ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้นจะเกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำอยู่ 2 เรื่อง คือ น้ำท่วม
และฝนแล้ง

....เนื่องจาก น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ ทำให้เกิดความเต่ง หากมีปริมาณน้ำ
ไม่เพียงพอจะทำให้รูปร่างของเซลล์ผิดไปจากเดิมหรือมีขนาดเล็กลง น้ำเป็นตัวที่สำคัญ
ในดินและภายในต้นพืชเอง ช่วยในการละลายของธาตุอาหารพืชในดินให้อยู่ในรูป
ของสารละลายสามารถดูดไปใช้ได้ ที่สำคัญคือน้ำเป็นสารเริ่มต้นในกระบวนการต่าง ๆ ทางสรีรวิทยาและทางชีวเคมีในด้านการสร้างพลังงานของพืช ซึ่งได้แก่การสังเคราะห์แสง 
และเป็นตัวพาธาตุอาหารเข้ามาในต้นพืช ส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการเคลื่อนย้าย
สารอาหารจากแหล่งผลิตภายในต้นพืชไปยังส่วนต่าง ๆ ต้องการใช้ นอกจากนี้น้ำยังช่วย
ควบคุมอุณหภูมิของต้นพืชมิให้ร้อนหรือเย็นเกินไป ดังนั้นถ้าพืชขาดน้ำโดยเฉพาะปัญหา
จากภัยแล้งจะทำให้พืชได้รับอันตรายมาก

....การจัดการสวนในสภาวะความแห้งแล้งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เรียบเรียงมาจากเรื่อง ภัยแล้ง 
โดยสุขวัฒน์ จันทรปรรณิก และคณะ (2535) เป็นหลัก และจากเอกสารต่าง ๆ ประกอบ

....พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปี 2525 ได้ให้คำอธิบายว่า ความแห้งแล้ง หมายถึง 
สภาวะที่ปราศจากความชุ่มชื้น ปราศจากความสดชื่น เป็นสภาพแร้นแค้น กรมอุตุนิยมวิทยา จัดให้ความแห้งแล้วเป็นภัยธรรมชาติประเภทหนึ่งที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นประจำ
เสมอมา และอาจเกิดฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือเนื่องจากมีอากาศร้อนผิดปกติทำให้
เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงทำการเพาะปลูกไม่ได้ผลเต็มที่ ประชาชนและสัตว์เลี้ยงขาดน้ำ
ในการอุปโภคบริโภค ต้องอพยพย้ายที่ทำกิน สรุปรวมความแล้ว “ความแห้งแล้ง” น่าจะเป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดจากการที่ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือการที่มีอากาศร้อน
ผิดปกติทำให้พื้นดินขาดความชุ่มชื้น แหล่งน้ำตื้นเขิน ทำการเพาะปลูกไม่ได้เต็มที่

....ฝนแล้ง หรือสภาวะฝนทิ้งช่วง เป็นภาวะความวิปริตของลมฟ้าอากาศในช่วงฤดูฝน ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะมีช่วงฝนทิ้งช่วงระหว่างกลางเดือนมิถุนายน ถึงกลางเดือนกรกฎราคม ช่วงฝนทิ้งนี้จะมีระยะเวลาตั้งแต่ 7 วัน จนถึง 1 เดือน ถ้าช่วงฝนทิ้งหรือฝนแล้งยาวนาน
มากจะทำให้เกิดสภาวะความแห้งแล้ว ไม่เป็นผลดีต่อการเกษตรของประเทศ 
....ตามสถิติของกรมอุตุนิยมวิทยาพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฝนตก
ในช่วงฝนทิ้งช่วงจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยปีละประมาณ 3-4 ลูก ถ้ามีพายุเคลื่อน
ผ่านจำนวนน้อยกว่านี้จะทำให้ฝนตกน้อย ช่วงฝนทิ้งจะยาวนานเกิดภาวะฝนแล้งขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าบางปีจะไม่มีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านเลย แต่ปริมาณฝนตก
ในฤดูฝนอยู่ในเกณฑ์ปกติ และตกอย่างสม่ำเสมอ น้ำในอ่างเก็บน้ำมีระดับสูง ช่วงฝน
แล้งก็ไม่เป็นอันตรายต่อผลิตผลทางการเกษตร ในทางตรงกันข้าม หากเกิดภาวะ
ฝนแล้งติดต่อกันหลายปีทำให้ระดับน้ำในอ่างลดลง ประกอบกับในปีนั้นมีช่วงฝนใน
ช่วงยาวนานมากก็จะทำให้เกษตรกรประสบกับภาวะ “ภัยแล้ง” เช่นเดียวกับที่ประสบ
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นที่น่าสังเกตว่า คำว่าฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วงนี้จะไม่ถูกนำมา
ใช้ในฤดูร้อนและฤดูหนาวจะถูกเรียกว่าหน้าแล้งแทน

....กรมอุตุนิยมวิทยาได้แบ่งประเภทของความรุนแรงของสภาวะความแห้งแล้ง 
โดยใช้ปริมาณน้ำฝนเป็นเกณฑ์ ดังนี้

ตารางที่ 1 ประเภทและลักษณะของสภาวะความแห้งแล้ง

ประเภทของสภาวะความแห้งแล้ง

ลักษณะของสภาวะความแห้งแล้ง

1. สภาวะความแห้งแล้งอย่างเบา

เป็นสภาวะที่มีปริมาณตกเฉลี่ยน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร/วัน ต่อเนื่องกันมากกว่า 15 วัน ในฤดูฝน

2. สภาวะความแห้งแล้งปานกลาง

เป็นสภาวะที่มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยน้อยกว่า 0.25 มิลลิเมตร/วัน ต่อเนื่องกันมากกว่า 29 วัน ในฤดูฝน

3. สภาวะความแห้งอย่างรุนแรง

คือสภาวะที่ไม่มีฝนตกเลยต่อเนื่องกันมากกว่า 15 วันในฤดูฝน หรืออาจมีฝนตกบ้าง แต่ปริมาณน้อยกว่า 0.25 มิลลิเมตร/วัน