การจัดการน้ำเพื่อการปลูกฝ้าย

โดย รศ. ดิเรก ทองอร่าม

 

ฝ้ายเป็นพืชเส้นใยที่สำคัญยิ่ง ใช้ทำผ้า เส้นด้าย สำลี สกัดน้ำมันจากเมล็ดไปใช้ประโยชน์ พันธุ์ที่นิยมใช้ปลูกกันในปัจจุบันคือ 
รีบาบีทีเค 12 , ตากฟ้า 1, ศรีสำโรง 2 โดยใช้เมล็ดพันธุ์ ในอัตรา 2.0 - 3.0 กิโลกรัมต่อไร่ ฝ้ายชอบดินร่วนปนทราย 
ดินเหนียวปนทราย มี pH 5.0 - 7.0

ฤดูปลูกเริ่มมิถุนายน - ต้นสิงหาคม หรือพฤศจิกายน - ธันวาคม มีอายุ 150 - 160 วัน ใช้ปุ๋ยสูตร15-15-15 อัตรา 45 กิโลกรัม
ต่อไร่ ปกติแล้วฝ้ายจะมีผลผลิต(ปุ๋ยติดเมล็ด) เฉลี่ย 300 - 360 กิโลกรัมต่อไร่

 

ความต้องการน้ำของฝ้าย

ฝ้ายต้องการน้ำตลอดอายุประมาณ 500 - 700 มิลลิเมตร หรือเฉลี่ยวันละ 4 - 5 มิลลิเมตร ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามระยะ
การเจริญเติบโต และสภาพภูมิอากาศฝ้ายจะใช้น้ำน้อยในช่วงการเจริญเติบโตทางลำต้นแต่จะใช้น้ำมากในช่วงออกดอกและจะมี
ปริมาณลดลงในช่วงหลังจากออกดอก ปริมาณการใช้น้ำตามช่วงการเจริญเติบโตในระยะต่าง ๆ
ของฝ้ายโดยประมาณแสดงอยู่ในภาพที่ 1

 

 

ระยะเวลาการเจริญเติบโต

ตั้งตัว (1)

เติบโต (2)

ออกดอก(3)

สร้างผลผลิต(4)

แก่ (5)

ระยะเวลา (วัน)

15

35

50

30

20

ปริมาณความต้องการใช้น้ำ

รวม

60

157.5

250

135

80

(มิลลิเมตร)

เฉลี่ยต่อวัน

4

4.5

5

4.5

4

ภาพที่ 1 ช่วงการเจริญเติบโตและปริมาณความต้องการใช้น้ำของฝ้าย

 

การใช้น้ำและผลผลิต

ถ้าฝ้ายได้รับน้ำเพียงพอจะโตเร็ว จะออกตาและผลมากให้สมอโตและแข็งแรง ถ้าน้ำมากเกินไปในช่วงการเจริญเติบโต
ตอนต้นจะออกรากน้อยและต้นไม่โตเต็มที่ ต้นฝ้ายต้องการน้ำอย่างเพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนออกตาเล็กน้อย และระหว่าง
การออกตาถ้าให้น้ำติดต่อกันไปในช่วงที่ดอกบานและช่วงที่สร้างผลผลิตจะทำให้เกิดการเติบโตมากเกินไป ซึ่งให้ผลผลิตเนิ่นนาน
ออกไป แต่ถ้าลดการให้น้ำอย่างกะทันหันก็จะกระทบกระเทือนการเจริญเติบโตทำให้ดอกและสมอร่วง การขาดน้ำอย่างร้ายแรง
ในระยะออกดอกอาจทำให้การเติบโตหยุดชะงัก แต่การให้น้ำในระยะหลังก็ทำให้ต้นฝ้ายฟื้นต้นและออกดอกได้ตามปกติ ถ้ามีสาเหตุทำให้ช่วงการเจริญเติบโตทั้งหมดสั้นลงจะได้ผลผลิตน้อยลง ขณะที่ต้นฝ้ายขาดน้ำจะสังเกตเห็นกิ่งก้านสีซีด
และใบมีสีเขียวเข้มหรือเขียวปนน้ำเงิน

การให้น้ำที่จะให้ได้ผลผลิตสูงจะต้องให้อย่างพอเหมาะในแต่ละช่วงของการเติบโต ฝ้ายจะได้รับน้ำอย่างเพียงพอโดยการ
ให้เขตรากพืชทั้งหมดซึ่งลึกถึง 1.80 เมตร ได้รับน้ำอย่างเต็มที่ก่อนหยอดเมล็ด
หลังจากนั้นจึงให้น้ำเปียกเพียงในเขตรากพืชชั้นบน (0.50 - 1.00 เมตร) รากพืชจะดูดน้ำได้มากขึ้นและใช้น้ำให้เป็นประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ตลอดเขตรากพืชทั้งหมด ซึ่งจะทำให้
ไม่มีน้ำเหลือหรือเหลือก็เพียงเล็กน้อยในตอนสิ้นฤดูการเพาะปลูก

วิธีประหยัดน้ำอีกแบบหนึ่งที่จะให้ฝ้ายใช้น้ำในเขตรากพืชให้เป็นประโยชน์ได้ทั้งหมด ก็โดยการหยุดการให้น้ำอย่างถูกเวลาในตอนปลายช่วงฤดูการเติบโต หรืออาจจะประหยัดน้ำโดยลดจำนวนน้ำที่ให้ในช่วงการออกดอกจนกว่าความชื้นในดินที่พืชจะใช้ได้ทั้งหมดลดลงไปถึง 70 %
ถ้าหากประหยัดน้ำโดยวิธีต่าง ๆ ร่วมกันไป อาจจะประหยัดน้ำได้ถึง 20 % โดยผลผลิตอาจจะถูกกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อย

ในระยะหยอดเมล็ด ต้องให้ดินมีความชื้นเพียงพอที่เมล็ดจะงอกและฝ้ายตั้งตัวได้ในช่วงการเติบโตทางลำต้น ความชื้น
ในดินในเขตรากพืชลึกประมาณ 0.75 เมตร จะต้องไม่มีการพร่องน้ำมากกว่า 50 % ถ้าการพร่องน้ำมากไปกว่านั้น
(ขึ้นไปถึง 75 %) จะทำให้การเจริญเติบโตทางใบและลำต้นมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ออกดอกล่า สมอร่วง 
และผลผลิตน้อยลงเมื่อฤดูการเติบโตสั้น 

ในระยะการออกดอกการจัดทำแผนกำหนดการให้น้ำจะต้องเพ่งเล็งการควบคุมการเติบโตทางใบและลำต้น เพื่อที่จะให้ได้ 
ผลผลิตสูง การขาดน้ำในช่วงเริ่มออกดอกจนถึงระยะออกดอกเต็มที่จะทำให้ผลผลิตลดลงยิ่งกว่าการขาดน้ำหลังช่วงการออกดอก
เต็มที่ ถ้าหากขาดน้ำรุนแรงในช่วงออกดอกตอนปลายและการออกสมอตอนต้นสมอจะร่วงมาก ถ้าขาดน้ำปานกลางในช่วงการ
ออกดอกและมีผลจนกระทั่งทำให้การเติบโตหยุดชะงัก ซึ่งแม้ว่าจำนวนดอกจะลดลงแต่สมอจะติดดีและให้ผลผลิตสูง

ในช่วงการสร้างผลผลิต ควรให้ฝ้ายได้รับน้ำเพียงพอ ถ้าหากดินอุ้มน้ำดีระบบรากแข็งแรงพอที่จะมีอัตราการคายน้ำ
รวมการระเหยตามปกติ ควรหยุดการให้น้ำในช่วงการสร้างผลผลิต ในระยะเวลาที่พอเหมาะอันหนึ่งก่อนถึงระยะแก่ ถ้าให้น้ำมากเกินไปในช่วงการสร้างผลผลิตจะทำให้สมอเปิดช้า ต้นล้มง่าย และสมอเน่ามากขึ้น ถ้าฤดูการเพาะปลูกฝ้าย
ที่อบอุ่นยาวนานหลังจากเก็บเกี่ยวครั้งแรกแล้ว บางครั้งมีการให้น้ำเพื่อจะให้ได้ผลผลิตเก็บเกี่ยวครั้งที่ 2 อีก

สรุปแล้ว ระยะที่ฝ้ายต้องการน้ำคือ ระยะออกดอกและสร้างผลผลิต

การดูดน้ำของต้นฝ้าย

ตั้งแต่เริ่มงอกจนถึงระยะเริ่มออกดอก รากแก้วจะหยั่งลงในดินที่ลึกได้ถึง 1.8 เมตร 
ในช่วงการออกดอกจะออกรากมากขึ้นในเขตรากพืชชั้นบน ถ้าให้น้ำบ่อยครั้ง ๆ ละน้อย ๆ ในช่วงการเติบโตตอนต้น 
จะทำให้ระบบรากพืชออกตื้น จะถือเป็นกฎเกณฑ์ได้อันหนึ่งว่า ต้นฝ้ายจะดูดน้ำ 70 -80% ของทั้งหมดในระยะลึก 0.9 เมตร
ชั้นบน ซึ่งในระยะลึกดังกล่าวจะมีรากกว่า 90 % ของน้ำหนักรากทั้งหมด ตามปกติในขณะที่ฝ้ายเติบโตเต็มที่ ฝ้ายจะดูดน้ำ 
100 % ในระยะลึก 1.0 - 1.7 เมตร ขณะที่หยุดการให้น้ำฝ้ายจะดูดน้ำจากดินชั้นล่างมากขึ้น แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอแก่
ความต้องการน้ำของฝ้ายในช่วงที่ใช้น้ำมากที่สุด

 

การกำหนดการให้น้ำ

เพื่อที่จะให้รากฝ้ายเจริญเติบโตเต็มที่ ควรให้น้ำในดินอย่างเพียงพอในระยะหยอดเมล็ด และอาจจะต้องให้น้ำล่วงหน้า
ถ้าความชื้นในดินที่เกิดจากฝนก่อนฤดูไม่เพียงพอ ในระยะการเติบโตทางใบและลำต้นกำหนดการให้น้ำจะต้องเริ่ม
เมื่อความชื้นในดินที่พืชใช้ได้ในระยะลึก 0.75 เมตรชั้นบน ลดลงไป 60 % ในช่วงการออกดอก ถ้าความชื้นในดินที่พืช
ใช้ได้ลดลงไปถึง 70 % การเจริญเติบโตทางใบและลำต้นจะชะงักแต่ไม่กระทบกระเทือนผลผลิต การให้น้ำช้าไป
ในช่วงเวลานี้อาจจะทำให้ตาและดอกร่วงมาก ในช่วงสร้างผลผลิตผลผลิตซึ่งสมอกำลังโตและกำลังสุก การพร่องน้ำอาจ
จะปล่อยให้เกิน 60 % ขึ้นไปก็ได้เมื่อค่อนไปทางปลายฤดู ซึ่งสุดแท้แต่สภาพภูมิอากาศและจำนวนความชื้นในดิน
ที่เหลืออยู่ การให้น้ำอาจจะหยุด 4 -5 สัปดาห์ก่อนการเก็บผลครั้งสุดท้าย

ถ้าพื้นที่ปลูกฝ้ายมีระดับน้ำใต้ดินสูง แม้ว่าเป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ หรือเมื่อดินแฉะเป็นเวลานานผลผลิตอาจจะลดลง
ได้ถึง 60 % ทั้ง ๆ ที่พืชยังไม่ขาดน้ำ ที่เป็นเช่นนี้อาจจะเนื่องจากการระบายอากาศในดินไม่เพียงพอ การให้น้ำบ่อยครั้ง
เกินไปก็จะปรากฎผลในทำนองเดียวกัน

 

วิธีการให้น้ำ

วิธีการให้น้ำแก่ต้นฝ้ายอาจจะทำได้หลายแบบแต่ที่นิยมกันมากที่สุดคือ แบบร่องคูของการปลูกที่มีระยะระหว่างแถว
1.0 - 1.25 เมตร ระยะระหว่างต้น 0.50 เมตร และในทางปฏิบัติจะทำการให้น้ำทุก 14 วัน

 

โรคและแมลงศัตรูพืช

โรคและแมลงศัตรูของฝ้ายที่สำคัญ และการป้องกันโดยใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดคือ

โรค

โรคเมล็ดเน่า ใช้พีซีเอ็นบี 75 %

โรคโคนต้นอ่อนเน่า คลุกเมล็ด

โรคใบจุดเหลี่ยม ใช้แคปแทน

โรคกิ่งดำ ใช้ออโธไซด์

โรคสมอเน่า คลุกเมล็ด

โรคใบหงิก ใช้เทมมิค 10 %

หยอดก้นหลุม

 

แมลง

เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่น ใช้ไดเมทโธเอท 40 % อีซี

หนอนม้วนใบ มวนแดงฝ้าย

หนอนเจาะสมอสีชมพู

หนอนเจาะโคนต้น ใช้ท๊อกซาฟิน + ดีดีทีสูตร 40/20

หนอนคืบฝ้าย

มวนดำฝ้าย

หนอนเจาะสมออเมริกัน ใช้ซูมิไธออน + ซัวไซด์สูตร 10/20

หนอนสะไปนี